พรบ.เทศบาล
เขาพระTV
กระดานสนทนา
สมุดเยี่ยม
ศูนย์ไอทีและห้องสมุดแห่งการเรียนรู้
โรงเรียนวัดท่าช้าง
โรงเรียนธรรมโชติศึกษาลัย
บริษัทตะวัน บอตต์ แอนด์ แคน จำกัด
สามชุกตลาดร้อยปี
จังหวัดสุพรรณบุรี
บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ
Facebook ท่าช้างเดินเพลิน
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ศูนย์กลางบริการภาครัฐ
ฐานข้อมูลหน่วยงานของรัฐ
1111 สายด่วนของรัฐ
  28 กรกฎาคม 2557
กระดานสนทนา

อันตรายๆๆๆๆๆๆ
อันตรายจากภาชนะโฟม
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มีนโยบายร่วมรณรงค์ลดภาวะโลกร้อน ด้วยการใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่ผลิตจากชานอ้อยแทนการใช้ กล่องโฟม เพื่อลดปริมาณขยะที่ย่อยสลายยากและเป็นพิษกับสิ่งแวดล้อม

 

รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริพร ขัมภลิขิต รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์รังสิต ได้กล่าวถึงนโยบายลดการใช้วัสดุประเภทโฟมว่า เนื่อง จาก ปัจจุบันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มีจำนวนนักศึกษาและบุคลากรภายในศูนย์รังสิตมากขึ้น จึงส่งผลให้ขยะที่ต้องกำจัด ในแต่ละวันมีปริมาณมากถึงวันละ 6 ตัน ทั้งขยะรีไซเคิล ขยะเป็นพิษ และขยะสด โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะประเภทกล่องโฟมที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและมีปริมาณ มหาศาลในปัจจุบัน ทำให้เกิดปัญหาในการกำจัดค่อนข้างมาก เนื่องจากโฟมมีระยะเวลาการย่อยสลายนาน มีอันตรายกับผู้บริโภคและไม่สามารถนำไปรีไซเคิลเพื่อใช้ประโยชน์ใหม่ได้

 

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เล็งเห็นถึงผลเสีย จากการใช้กล่องโฟม ดังกล่าว จึงมีนโยบายเลิกใช้ภาหนะจากโฟมภายในศูนย์รังสิต และใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่ผลิตจากชานอ้อยแทนการใช้ภาชนะโฟม ซึ่งจะสามารถลดปริมาณขยะประเภทโฟมให้ น้อยลงได้ นอกจากนี้วัสดุที่ใช้ในการผลิตเป็นวัสดุจากธรรมชาติที่เหลือใช้ ไม่ใช่เยื่อจากต้นไม้ยืนต้น สามารถใช้ได้กับน้ำและอาหารทั้งร้อน เย็น และน้ำเดือด สามารถเข้าไมโครเวฟ และเตาอบได้ ปลอดภัยจากสารพิษ ปนเปื้อน ไม่มีสารคลอรีนตกค้าง และย่อยสลายโดยการฝังกลบในดินภายใน 45 วัน อย่างไรก็ตามในปัจจุบันราคายังคงสูง กว่ากล่องโฟม ประมาณชิ้นละ 2-3 บาท ซึ่งก็จะส่งผลให้อาหารที่ใส่กล่องจะต้องปรับราคาสูงขึ้น ตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับประโยชน์ ที่จะได้รับนั้นถือว่าคุ้มค่ากว่าการใช้กล่องโฟมแน่นอน

ข้อมูลจาก www.oknation.net

 

 

 

อันตรายที่อาจเกิดจากภาชนะโฟมบรรจุอาหาร

 

รองศาสตราจารย์บัญญัติ สุขศรีงาม

ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์

มหาวิทยาลัยบูรพา

 

        ภาชนะบรรจุอาหารที่ทำจากโฟมหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “กล่อง โฟมใส่อาหาร” ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งผู้ประกอบอาหารและผู้ บริโภค เนื่องจากมีความสะดวกและรวดเร็วในการบรรจุอาหารและความสะดวกในการขน ส่ง แต่ถ้าหากการใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหารอย่างไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม เช่น นำไปใส่อาหารที่ร้อนจัดก็อาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคได้เช่นกัน

 

        นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ให้ข้อมูลว่า กรม วิทยาศาสตร์การแพทย์ได้เคยนำตัวอย่างโฟมบรรจุอาหารที่มีจำหน่ายกันทั่วไปมา ตรวจวิเคราะห์พบว่าได้มาตรฐานทุกตัวอย่างและจากการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ ประเภทโฟมใส่อาหารที่ผู้ผลิตนำมาให้ตรวจวิเคราะห์เพื่อการรับรองสินค้าก็พบ ว่ามีคุณภาพได้มาตรฐานตามที่กำหนดไว้เช่นกัน แต่การนำภาชนะโฟมบรรจุอาหารมา ใช้ก็ต้องใช้ให้เหมาะสมกับสภาพของอาหาร เช่น ไม่นำมาใส่อาหารที่ร้อนจัดเป็นเวลานาน อาจทำให้ภาชนะโฟมเสียรูปและอาจหลอม ละลายได้หรือไม่ควรนำอาหารที่บรรจุในภาชนะโฟมมาอุ่นในเตาไมโครเวฟ ถ้าหาก อุ่นจนอาหารมีความร้อนสูงก็อาจทำให้กล่องโฟมเสียสภาพหรือกล่องโฟมละลายได้ เช่นกัน การละลายของกล่องโฟมบรรจุอาหารอาจทำให้มีสารเคมีที่ชื่อสไตรีนออกมา ปนเปื้อนกับอาหาร สไตรีนเป็นสารก่อมะเร็งที่สำคัญชนิดหนึ่ง ดังนั้นการรับประทานอาหารที่ปน เปื้อนด้วยสารสไตรีนจึงเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ อย่างไรก็ตามปริมาณการละลาย ของสไตรีนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยที่สำคัญได้แก่ ปริมาณไขมันในอาหาร ระยะเวลาและอุณหภูมิระหว่างการสัมผัสของอาหารกับภาชนะโฟม ทั้งนี้อาหารที่มี ไขมันสูงจะทำให้มีการละลายของสไตรีนออกมามากกว่าอาหารที่ไม่มีไขมันหรือ อาหารที่มีไขมันน้อย ส่วนภาชนะโฟมที่สัมผัสกับอาหารที่ร้อนจัดเป็นเวลานานก็ จะมีโอกาสละลายสไตรีนออกมามากเช่นกัน

 

        ท่านผู้ฟังที่เคารพ การใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหารอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ได้ ดังนั้นผู้ประกอบอาหารจึงไม่ควรนำอาหารที่ร้อนจัดใส่ภาชนะโฟมบรรจุ อาหาร โดยเฉพาะอาหารที่ร้อนจัดด้วยการทอดด้วยน้ำมัน เพราะน้ำมันจะช่วยละลายสารสไตรีนที่กล่องโฟมออกมา เนื่องจากสไตรีนละลายได้ ดีในน้ำมัน นอกจากนี้ควรนำภาชนะโฟมบรรจุอาหารไปทำความสะอาดก่อนนำมาบรรจุ อาหารเพื่อกำจัดเศษโฟมที่หลงเหลืออยู่ตามผิวภาชนะออกให้หมด ถ้าจะให้ผู้ บริโภคมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นก็ควรนำถุงพลาสติกมารองกล่องโฟมก่อนบรรจุ อาหาร รวมทั้งไม่ควรนำกล่องโฟมที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่หรือมาใช้ซ้ำเพื่อป้องกัน การละลายของสารเคมีจากกล่องโฟมออกมาปนเปื้อนกับอาหาร ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อ ผู้บริโภคได้เช่นกัน ส่วนผู้บริโภคก็ควรเลือกซื้ออาหารบรรจุภาชนะโฟมด้วย เช่นกัน โดยไม่ซื้ออาหารร้อนจัดที่บรรจุในภาชนะโฟมหรือนำอาหารที่บรรจุใน ภาชนะโฟมมาอุ่นด้วยเตาไมโครเวฟ เป็นต้น ถ้าหากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือในการ ปฏิบัติดังกล่าวแล้วก็จะทำให้การใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหารมีความปลอดภัยมากยิ่ง ขึ้นด้วยครับ

 

ข้อมูลจาก สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา http://www.uniserv.buu.ac.th/

 

 

 

สธ.เตือนภัยกล่องโฟมใส่อาหารร้อน ส่อาหารร้อน-ของมันระวังมะเร็ง







นายประกาย บริบูรณ์ ผู้เชี่ยวชาญสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีการใช้โฟมในการใส่อาหารประเภทต่างๆ โดยโฟมจะผลิตจากสารเคมี โพลีสไตลีน ผ่านการอัดอากาศ ร้อยละ 90 ทำให้โฟม ไม่ทนต่อความร้อน และจะละลายได้ง่ายขึ้นเมื่อถูกความมัน ดังนั้น ไม่ควรนำโฟมมาใส่อาหารที่มีความร้อน และอาหารมันๆ เพราะจะทำให้โฟมละลาย สารเคมีจะผสมปนเปื้อนอาหารได้ หากสารเคมีดังกล่าวสะสมในร่างกายมากๆ จะเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งได้



"หากจะใช้โฟมกับอาหารที่มีความร้อน ก็ควรจะใช้ถุงพลาสติก ถุงร้อน หรือใบตอง มารองทั้งด้านบนและด้านล่างกล่องโฟมเสียก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้อาหารสัมผัสกับโฟมโดยตรง ซึ่งที่ผ่านมามักจะพบว่า แม่ค้า พ่อค้า จะใช้ถุงร้อนรองเฉพาะด้านล่างกล่องโฟมเท่านั้น แต่ด้านบนไม่มีอะไรรอง พอเปิดกล่องโฟมออกมา จะเห็นได้เลยว่าฝากล่องโฟมเป็นรอยบุ๋มตามรูปไข่ดาว ซึ่งเรื่องนี้อันตรายมาก แต่คนทั่วไปไม่มีความรู้ว่าเป็นสิ่งอันตรายต่อสุขภาพ" นายประกายกล่าว



นายประกาย กล่าวต่อว่า สำหรับบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่น ที่นิยมนำมาใช้ซ้ำ เช่น ขวดพลาสติกใส หรือขวดเพท ซึ่งจะเป็นขวดใสมีลักษณะแข็ง ตามปกติขวดเพทถือว่าเป็นขวดพลาสติกที่มีความปลอดภัยมากที่สุด และมีความคงทนแข็งแรงกว่าขวดพลาสติกประเภทอื่นๆ ซึ่งในต่างประเทศก็นิยมใช้กันมาก อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา เคยมีผลงานวิจัยจากต่างประเทศออกมาระบุว่า ขวดเพทที่นำกลับมาใช้ใหม่อาจมีอันตรายต่อสุขภาพได้ หากขวดมีลักษณะบุบ มีรอยร้าว หรือแตก หรือถูกความร้อนทำให้ขวดเปลี่ยนรูปร่างไปจากเดิม โดยสารเคมีจากเนื้อพลาสติกอาจปนเปื้อนกับอาหาร หรือน้ำที่บรรจุในขวด หากได้รับสารพิษสะสมจำนวนมากจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งได้ง่ายขึ้น



"จากผลการวิจัยดังกล่าว มีการเรียกเก็บขวดเพทจากทั่วยุโรปมาศึกษา ปรากฏว่า ไม่พบว่าขวดเพทที่มีรอยบุบ ร้าว จะมีสารเคมีที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งปนเปื้อนออกมาแต่อย่างใด จึงมีการตรวจสอบอย่างละเอียดจึงทราบว่าการปนเปื้อนสารเคมีเกิดจากความผิด พลาดระหว่างที่ปฏิบัติการในห้องทดลอง แม้จะมีผลการทดลองออกมายืนยันว่า ขวดเพทมีความปลอดภัยไม่มีสารเคมีปนเปื้อนก็ตาม แต่การนำกลับมาใช้ใหม่ก็ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะเรื่องความสะอาด" นายประกาย กล่าว



นายประกายกล่าวต่อว่า ประชาชนที่จะนำขวดมาใช้ซ้ำ หลังจากดื่มน้ำอัดลม หรือน้ำผลไม้หมดแล้ว ให้ล้างทำความสะอาดขวดก่อน โดยเฉพาะภายในขวด ที่มีร่องเป็นลวดลายสวยงามของขวด ทำให้ล้างยาก หรือทำความสะอาดไม่ทั่วถึงได้ และเมื่อใช้ไปนานๆ ต้องหมั่นสังเกตว่าขวดเพทมีสีเปลี่ยนไปหรือไม่

 

ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ข่าวสด ออนไลน์ วันที่ 02 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 17 ฉบับที่ 6182 ข่าวสดรายวัน






โดย คนเคยกิน เมื่อ 2010-09-28
 

ร่วมตอบกระทู้
รายละเอียด
แนบภาพ : ชนิด jpg gif
ชื่อ : *
อีเมล์ :
ใส่ข้อความตามภาพ : CAPTCHA
 
 
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 509157
สำนักงานเทศบาลตำบลเขาพระ
เลขที่ 1 หมู่ 1 ตำบลเขาพระ อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี 72120
โทร. 0-3557-8499, 0-3557-8360 โทรสาร. 0-3557-8499
อาคารบรรเทาสาธารณภัย โทร. 0-3557-8199 สายด่วน 199
Mail : info@khaophra.go.th
Design and Develop by Bangkok idea design :